ไวรัสตัวร้ายที่ทุกคนคงไม่อยากให้มันเข้ามาอยู่ในร่างกายอย่างแน่นอนคงไม่พ้น HIV ซึ่งเป็นไวรัสที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ทางเลือด อสุจิ สารคัดหลั่งในช่องคลอด และน้ำนม เพราะในปัจจุบันยังไม่มียารักษา ไวรัส HIV ได้ทำให้มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกราวๆ 75 ล้านคน ซึ่งเป็นจำนวนที่น่าตกใจ และหลายครั้งที่เราต้องเห็นภาพเด็ก ๆ ที่ติดไวรัสชนิดนี้จากมารดา โดยที่มารดาก็ติดจากสามีมาอีกทีสาเหตุเพราะสามีเปลี่ยนคู่นอนโดยไม่ได้สวมถุงยางป้องกัน หลายครอบครัวต้องกลายเป็นบุคคลที่สังคมรังเกลียดเพราะคนอื่น ๆ กลัวติดเชื้อจากพวกเขาทั้งที่ไวรัสชนิดนี้มีการติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ทางเลือดและน้ำนมเท่านั้น

ความเป็นมาของเอชไอวี

ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 หรือต้นศตวรรษที่ 20 มีการแพร่ระบาดของเชื้อเอชไอวี หรือ Human immunodeficiency virus, HIV ไวรัสในตระกูล Retrovirus ซึ่งเป็นไวรัสที่ประกอบด้วยสารพันธุกรรมซึ่งประกอบไปด้วย RNA จุลินทรีย์  transcriptase ย้อนกลับ retroviruses เป็นสิ่งมีชีวิตด้วยกล้องจุลทรรศน์ มีความสามารถในการก่อให้เกิดมะเร็งบางชนิดการติดเชื้อไวรัสต่างๆ และ pathologies

Retroviruses นั้นเป็นสิ่งมีชีวิต และมันสามารถทำซ้ำถ่ายทอดเป็นดีเอ็นเอได้ ซึ่งไวรัสกลุ่มนี้ขึ้นชื่อเรื่องการมีระยะแฝงนาน

เชื้อ HIV คืออะไร มาจากไหน

มันคือไวรัสตระกูล Retrovirus ทำให้ระบบภูมิต้านทานล้มเหลวและเกิดภาวะแทรกซ้อน โดยมันสามารถติดต่อได้ทาง เลือด เพศสัมพันธ์ น้ำนม และมันยังเป็นเชื้อไวรัสที่คร่าชีวิตประชากรประมาณ 33.3 ล้านคนทั่วโลก ในปี 2009 โดย UNAIDS ระบุว่ามีผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกแล้ว 60 ล้านคน เสียชีวิตแล้ว 25 ล้านคน นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ามันมีต้นกำเนิดจากลิงชิมแปนซี ที่้เชื่อแบบนั้นเพราะว่าในลิงก็มีโรคเอดส์เหมือนกันแต่เชื้อไวรัสในลิงนั้นแตกต่างกับเชื้อไวรัสในคน แต่ถึงแม้จะแตกต่างกันแต่มันมีความคล้ายคลึงกันอยู่จึงทำให้เชื่อว่าไวรัสทั้งสองตัวนี้เป็นญาติกัน โดยการติดต่อมาสู่มนุษย์นั้นสันนิษฐานว่าน่าจะมาจากแถบแอฟริกา

การแสดงอาการของเชื้อ HIV

  • ระยะแรกของการติดเชื้อนั้นกินเวลา 1-6 สัปดาห์หลังติดเชื้อ ผู้ป่วยจะมีไข้ ปวดเมื่อยตามตัว มีผื่นขึ้น ต่อมน้ำเหลืองโต หรือในบางคนอาจมีอาการคลื่นใส้ อาเจียน ถ่ายเหลว หรือมีฝ้าขาวในช่องปาก ซึ่งมักจะเป็นอยู่ 1-2 สัปดาห์แล้วหายไปได้เองโดยจะมีอาการคล้ายไข้หวัด ซึ่งผู้ป่วยบางคนอาจไม่มีอาการดังกล่าว
  • ระยะต่อมาเรียกว่า พาหะ โดยกินเวลา 5-10 ปี บางคนอาจกินเวลานานถึง 15 ปี โดยระยะนี้ผู้ติดเชื้อจะมีสุขภาพแข็งแรงเหมือนคนทั่วไปแต่สามารถแพร่เชื้อให้คนอื่นได้
  • ระยะต่อมาจะมีอาการของโรคอื่น ๆ จนผู้ป่วยอาจไม่เฉลียวใจว่าตนเองเป็นเอดส์ โดยจะมีอาการดังต่อไปนี้

-ไข้เกิน 37.8 องศาเซลเซียสเป็นระยะเวลานานติดต่อกัน

– ท้องเดินเรื้อรัง หรือ อุจจาระร่วงเรื้อรัง

– น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว

– ต่อมน้ำเหลืองโต

– มีเชื้อราในปากและฝ้าขาว

– มีโรคงูสวัด

  • ระยะนี้ผู้ป่วยจะเป็นโรคหลายชนิดที่เกิดจาก เชื้อฉวยโอกาส ส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อที่รักษาค่อนข้างยาก เช่น วัณโรคปอด , ปอดอักเสบ, สมองอักเสบ, เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และการติดเชื้อของระบบทางเดินอาหาร เป็นต้น

การป้องกันและการรักษา

  • หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีปัจจัยเสี่ยง หรือเป็นแม่บ้านที่มีคุณพ่อบ้านที่ชอบสำส่อนทางเพศควรรับการตรวจหาเชื้ออย่างสม่ำเสมอหรือใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
  • สำหรับผู้ที่ตรวจพบเชื้อนั้นทางแพทย์จะให้ยาต้านไวรัส เพื่อลดจำนวนของเชื้อ HIV โดยยาจะเข้าไปช่วยลดการทำลายระบบภูมิคุ้มกัน

HIV เป็นไวรัสที่น่ากลัวแต่เรายังสามารถระมัดระวังตัวและหาทางป้องกันได้ การใช้ชีวิตโดยไม่ประมาทและป้องกันตนเองทุกครั้งในขณะที่มีเพศสัมพันธ์จะช่วยลดปัจจัยเสี่ยงได้ในระดับหนึ่ง หรือหากคุณเป็นคนที่ทำงานอยู่ในกลุ่มเสี่ยงจำเป็นต้องได้รับการตรวจสุขภาพทุกปีหรือควรไปตรวจเลือดทุก 6 เดือน แต่ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่ได้รับเชื้อ HIV มาแล้วควรรับประทานยาต้านให้ครบและตรงเวลา ในปัจจุบันนี้มีผู้ติดเชื้อ HIV มากมายที่ยังสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้เหมือนปกติโดยในบางรายมีอายุที่ยืนยาวเท่ากับคนปกติ การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญเพียงแค่คุณนั้นระมัดระวังในการใช้ชีวิตเพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคภัยที่จะทำให้สุขภาพของคุณทรุดโทรมหรือถึงแก่ชีวิตได้

 

cr. เอชไอวี

cr. ประวัติศาสตร์เอชไอวี

cr. retrovirus

cr. เอดส์

cr. ปฏิกิริยาของเชื้อเอชไอวีเมื่อเข้าสู่ร่างกาย

cr. ไวรัสโรคเอดส์มีกำเนิดมาจากไหน?